กว่าจะมาเป็นกระเบื้องยาง Floorament

 

 

ยางพารา พืชเศรษฐกิจสำคัญอันดับต้นๆของประเทศไทย และเป็นแหล่งกำเนิดน้ำยางที่เป็นที่ต้องการเพื่อการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย

ยางพาราในปัจจุบันนิยมปลูกกันแพร่หลาย มีการทำสวนยางทั้งในภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือของประเทศไทย นับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกยางได้อย่างดียิ่ง 

ยางพารา เป็นไม้ยืนต้นชนิดหนึ่ง มีถิ่นกำเนิดจากบริเวณลุ่มน้ำอเมซอนประเทศบราซิล และเปรู ในทวีปอเมริกาใต้ ยางพารา ถูกนำมาใช้ประโยชน์เริ่มแรกจากการที่ โจเซฟ พริสลี่ ได้ค้นพบว่า ยางที่ได้จากต้นไม้ชนิดนี้สามารถนำมาลบรอยดำ รอยขีดเขียนของดินสอได้ เมื่อปี พ.ศ. 2313 จนกระทั่งถูกเรียกขานกันในชื่อว่า Rubber ซึ่งก็คือ ยางลบ หรือตัวลบนั่นเอง 

ต่อมายางได้มีการผลิตและซื้อขายกันอย่างกว้างขวางในอเมริกาใต้ และมีศูนย์กลางของการซื้อขายอยู่ที่เมืองท่าแห่งหนึ่งที่ชื่อ พารา (Para) ดังนั้นจึงนิยมเรียกยางที่ซื้อขายกันที่เมืองท่าแห่งนี้ว่า ยางพารา  นั่นเอง #

 

กว่าจะมาเป็นกระเบื้องยางพารา

ยางพาราต้นแรกของประเทศไทย ซึ่งพระยารัษฎานุประดิษฐ์ อดีตเจ้าเมืองตรัง ผู้วิสัยทัศน์กว้างไกล นำเมล็ดพันธุ์มาจากมาลายู หว่านไว้หน้าบ้านพัก หลังจากนั้น 50 ปี ยางพาราได้ขยายพันธุ์ไปทั่วจังหวัดตรัง ทั่วภาคใต้ และทั่วประเทศ 100 ปีต่อมา ปัจจุบันเป็นพืชเศรษฐกิจ สร้างรายได้หลักของเกษตรกร อันดับ 1-2 ของประเทศตลอดมา

ยางพาราต้นแรกของประเทศไทย ปัจจุบันมีรอบลำต้นใหญ่ประมาณ 2-3 คนโอบ มีความสูงประมาณ 25 เมตร ยืนตระหง่านอยู่ริมถนนตรัง-กันตัง เขตเทศบาลเมืองกันตัง อ.กันตัง จ.ตรัง เป็นต้นยางพารากลุ่มแรก หรือต้นแรกที่พระยารัษฎานุประดิษฐ์ อดีตเจ้าเมืองตรัง นำเมล็ดยางพารามาจากประเทศมาลายู โดยหลังจากได้หว่านเมล็ดลงบริเวณหน้าบ้านแล้ว จากนั้นเหลือเมล็ดยางพาราอีก จึงได้นำไปหว่านบริเวณสวนหน้าบ้าน และจากต้นยางพาราต้นแรกที่พระยารัษฎานุประดิษฐ์ นำมาปลูกที่หน้าบ้านพัก ต่อมาเพียงไม่กี่ปี จากต้นยางต้นแรก ก็มีต้นยางพาราพื้นเมืองทั่วทั้งจังหวัดตรัง ก่อนที่จะมีการปรับปรุงพันธุ์เป็นยางพันธุ์ไปทั่วประเทศ และจากต้นยางต้นแรก ปัจจุบันถือว่ายางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ

พระยารัษฎานุประดิษฐ์ ท่านเดินทางติดต่อสัมพันธ์กับต่างประเทศเยอะ เช่น อินโดนีเซีย มาลายู  ซึ่ง มาลายูเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ อังกฤษเขาก็สนับสนุนในการปลูกยาง ปรากฏว่าพระยารัษฎาฯ ท่านได้นำเอาเมล็ดยางพาราจากมาลายูซึ่งในขณะนั้นเขาหวงห้าม แต่คงไม่เข้มงวดมาก ท่านก็ได้แอบลักลอบเอามา จากนั้นท่านจึงได้นำเม็ดยางพารามาที่เมืองตรังซึ่งขณะนั้นตั้งอยู่ที่กันตัง   ครั้งแรกนำมาแล้วได้แจกจ่ายให้คนปลูกแต่ไม่สำเร็จ คนไม่ได้ปลูกแต่เอาเมล็ดยางพาราไปต้มกิน จึงได้เอามาครั้งที่ 2 มอบให้คุณพระสถนไปปลูก ท่านก็นำไปปลูกที่บ้านของท่าน จึงได้เหลือเป็นตัวอย่างจนถึงปัจจุบันนี้

 



[Go to top]